1. เทคนิคเดินขึ้นเขา (Uphill)
- 1ก้าวสั้น (Small Steps)
ยิ่งชัน ยิ่งต้องก้าวให้สั้นลง เหมือนเกียร์ต่ำของรถยนต์ ช่วยรักษาระดับการเต้นหัวใจไม่ให้พุ่งสูงเกินไป
- 2วางเท้าเต็มฝ่าเท้า
พยายามวางเท้าให้ราบไปกับพื้น เพื่อใช้งานกล้ามเนื้อขาได้เต็มที่ ลดภาระน่อง
- 3พักแบบ "Caterpillar"
เดินช้าๆ ต่อเนื่องดีกว่าเดินเร็วแล้วหยุดบ่อยๆ พักสั้นๆ 1-2 นาทีเพื่อจิบน้ำ แล้วไปต่อ
2. เทคนิคเดินลงเขา (Downhill)
เดินลงเขาอันตรายกว่าขึ้นเขา แรงกระแทกที่เข่ามีมากกว่าน้ำหนักตัว 3-4 เท่า
ย่อเข่าเสมอ
อย่าล็อกเข่าตึง ให้ย่อเข่าเล็กน้อยเหมือนสปริง เพื่อดูดซับแรงกระแทก
ผูกเชือกรองเท้าแน่น
ดึงเชือกส่วนข้อเท้าให้แน่น ป้องกันเท้าเลื่อนไปชนหัวรองเท้าจนเล็บช้ำ
ใช้ไม้เท้า (Trekking Pole)
ปรับไม้เท้าให้ยาวขึ้น ใช้ค้ำยันด้านหน้า เพื่อถ่ายน้ำหนักจากขาไปที่แขน
อย่าวิ่ง!
การวิ่งลงเขาเสี่ยงต่อการสะดุดและข้อเท้าพลิกมากเดินให้มั่นคงดีกว่า
3. การหายใจ (Breathing)
หายใจให้เข้าจังหวะเท้า
ซิงค์ลมหายใจกับการก้าวเดิน เช่น เดิน 2 ก้าว หายใจเข้า-หายใจออก จะช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจนสม่ำเสมอและไม่เหนื่อยหอบง่าย (Rhythmic Breathing)
- หายใจเข้าลึกๆ ผ่านจมูก ถ่ายเทอากาศเสียออกให้หมด
- อย่ากลั้นหายใจเวลาเกร็งขึ้นที่ชัน
Is Key
4. ดูแลร่างกาย (Recovery)
💧 จิบน้ำบ่อยๆ
อย่ารอกระหาย จิบทีละนิดทุก 15-20 นาที ป้องกันภาวะขาดน้ำและตะคริว
🧘♀️ ยืดเหยียด
ยืดกล้ามเนื้อก่อนเริ่มเดินและหลังจบวัน ช่วยลดอาการปวดเมื่อยได้มหาศาล
🍌 เติมพลังงาน
พกขนม/เจลพลังงาน กินระหว่างพัก เพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้วูบ

